มิถุนายน 23, 2021

บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์ ความแตกต่างที่เหมือนกัน

บาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์   เป็นเกมไพ่ชนิดหนึ่ง​ที่คนส่วนใหญ่บอกว่า​คล้ายกับป็อกเด้งหรือเป็นการเล่นชนิดเดียวกัน​ ซึ่งทั้งสองเกมนี้ต่างก็เป็นที่นิยมจากพนักทั้งคู่​ มาดูความแตกต่างระหว่าง “เกมบาคาร่า” และ “เกมไพ่ป๊อกเด้ง”กันดีกว่า​  เกมบาคาร่าเป็นเกมที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานตั้งแต่แต่สมัยก่อนจนถึงปีนี้ 2021 นี้ก็ยังคงความนิยมมาโดยตลอด

และยังเป็นเกมที่มีนักเดิมพันจำนวนมากเลือกที่จะเข้ามาเล่น​และลงทุนกับบาคาร่าออนไลน์​ และเป็นเกมที่ดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ๆเข้ามาเล่นอีกด้วย​ ด้วยรูปแบบเกมที่เล่นง่าย​ได้เงินไว​ ถือเป็นสเน่ห์​หลักของ​ บาคาร่าออนไลน์​ การเล่นไพ่บาคาร่าที่คงจะพอทราบกันดีว่าเป็นการเล่นที่เหมือนกับการเล่นป๊อกเด้งจนมีความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกมเดียวกัน​ เหมือนกันเพียงแค่การนับแต้มบนหน้าไพ่ที่มีความคล้ายคลึงกันเท่านั้น นอกนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง​

ข้อแตกต่างระหว่าง “เกมบาคาร่า” และ “เกมไพ่ป๊อกเด้ง”

ในการเล่นไพ่บาคาร่านั้น​ ผู้เล่นจะสามารถเป็นฝ่ายเลือกเดิมพันได้ว่า​ ไพ่ของฝั่งไหนจะเป็นฝ่ายชนะ​ โดยที่ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเป็นคนถือไพ่

แต่ถ้าเป็นเกมป๊อกเด้ง​ ผู้เล่นจะเป็นคนเล่น​ผู้ถือไพ่เอง​ และถ้าแต้มของผู้เล่นนั้นน้อยกว่าคนอื่นเราก็จะแพ้​​ ส่วนการเล่นเกมไพ่บาคาร่านั้นเราสามารถที่จะเลือกได้ว่าเราจะเดิมพันฝั่ง​ ฝั่งเจ้ามือ (Banker) หรือ​ ฝั่งผู้เล่น (Player )ว่าจะเป็นฝั่งไหนที่จะชนะ ในเกมส์จะมีให้เลือกเดิมพันเพียงสองฝั่งส่วนจะมีถ้าเป็นป๊อกเด้งจะมีจำนวนผู้เล่นที่มากกว่า 2คนก็ได้

เกมไพ่ของบาคาร่าดอกที่อยู่บนหน้าไพ่จะไม่มีความหมาย​ดูจากแต้มเป็นหลักเท่านั้น​คือไม่มีเด้งแบบป็อกเด้งนั่นเอง​ ไพ่ป๊อกเด้งจะให้ความสำคัญกับดอกที่อยู่บนหน้าไพ่​ มีผลต่อการชนะและเงินรางวัล

ไพ่บาคาร่านั้น​ถ้าได้แต้มเท่ากับ 9 แต้มหรือว่า 8 แต้มจะเรียกว่าไพ่แนชเชอร์รัล ส่วนป๊อกเด้งจะเรียกว่า ป๊อก 8 ป๊อก 9   

เห็นไหมคะ​ ว่าเกมไพ่บาคาร่า​กับป็อกเด้งไม่เหมือนกันเลย มีอีกเกมไพ่ที่ผู้เล่นก็มักจะสับสนเช่นกันนั่นคือ ไพ่บาคาร่ากับไพ่เสือมังกร ที่มีความคล้ายคลึง​กัน เป็นความเหมือนที่แตกต่าง สำหรับผู้เล่นใหม่ บางคนอาจจะจำสลับหรือยังสับสนกับเกม ไพ่บาคาร่า กับไพ่เสือมังกร อาจเป็นเพราะว่า ทั้งรูปแบบการเล่นที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นการเดิมพันทายว่าฝั่งไหนจะชนะ มาดูข้อแตกต่างไพ่บาคาร่ากับไพ่เสือมังกร เล่นยังไง ต่างกันอย่างไร

 

บาคาร่าออนไลน์ เป็นเกมที่เล่นง่าย เกมจบไว แต่เสือมังกรออนไลน์​จะจบไวกว่าเพราะใช้ไพ่แค่ใบเดียวในการชี้ผลแพ้ชนะ แต่บาคาร่าจะใช้ไพ่2ใบ และยังมีการจั่ว จึงจะช้ากว่าเสือมังกร แต่บาคาร่าก็ยังถือเป็นเกมที่จบไวอยู่

เริ่มต้นกันที่ไพ่ บาคาร่า จะมีความคล้ายกับ ไพ่เสือมังกร ตรงที่ใช้ไพ่หลายสำรับในการเล่น ประมาณ 5 ถึง 7 สำรับ โดยวิธีการเล่น

บาคาร่าจะแบ่งออกเป็นสองฝั่งคือ ฝั่งเจ้ามือ(Banker)​ และฝั่งผู้เล่น(Player)​ ส่วนไพ่มังกรจะแบ่ง2ฝั่งเช่นกันแต่เรียกคนละอย่าง ฝั่งเสือ (Tiger) และฝั่งมังกร (Dragon) ผู้เล่นเพียงแค่วางเดิมพันว่าฝั่งไหนจะชนะเท่านั้น ทั้งบาคาร่าและเสือมังกร

 

ความแตกต่างของไพ่บาคาร่าและไพ่เสือมังกรอย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือจำนวนไพ่ที่ใช้ในการเล่น ไพ่บาคาร่า ดีลเลอร์จะทำการแจกให้ฝั่งละ 2ใบ โดยที่ฝั่งไหนแต้มใกล้เคียง9เป็นฝ่ายชนะ การนับแต้ม A=1 แต้มJQK10=0แต้ม 1-9นับตามหน้าไพ่ ส่วนไพ่เสือมังกร ดีลเล่อร์ทำการแจกฝั่งละ 1ใบเท่านั้น ฝั่งไหนมีแต้มเยอะสุดจะเป็นฝ่ายชนะ

ซึ่งการนับแต้มจะเริ่มตั้งแต่ไพ่ A= 1 แต้ม, ไพ่ที่เป็นตัวเลขจะมีจำนวน1-10แต้มเท่ากับเลขหน้าไพ่, ไพ่ J = 11 แต้ม, ไพ่ Q = 12 แต้ม และสุดท้ายคือไพ่ K จะมีแต้มมากที่สุดคือ 13แต้มและด้วยเกมไพ่เสือมังกรใช้ไพ่ใบเดียวในการชี้ผลแพ้ชนะ ก็เลยทำให้ระยะเวลาในการวางเดิมพันมีเพียงแค่ไม่กี่วินาที จึงทำให้ เสือมังกร เป็นเกมพนันใน คาสิโนออนไลน์ ที่ใช้เวลาเล่นน้อยที่สุด

วิธีเล่นบาคาร่า และอัตราการจ่ายเป็นอย่างไร

เจ้ามือ (Banker)เป็นการเดิมพังว่าฝั่งเจ้ามือจะชนะ อัตราจ่ายอยู่ที่ 1 : 0.95 จะถูกหัก5%

ผู้เล่น (Player)เป็นการเดิมพันว่าฝั่งผู้เล่นจะชนะ อัตราจ่ายอยู่ที่ 1 : 1

เสมอ (Tie)เป็นการทายว่าทั้งสองฝั่งจะได้แต้มเท่ากัน อัตราจ่ายอยู่ที่ 1: 8เท่า

บาคาร่าแบบเดิมพันไพ่คู่ เป็นการเดิมพันว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งผู้เล่นจะมีหน้าไพ่เหมือนกัน ดอกและสีเดียวกัน อัตราจ่ายอยู่ที่ 1 : 11

เป็นการเดิมพันฝั่ง เจ้ามือคู่ เป็นการทายว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งเจ้ามือจะมีหน้าไพ่เหมือนกัน ดอกและสีเดียวกัน อัตราจ่ายอยู่ที่ 1 : 11

บาคาร่าแบบเดิมพันป็อก8ป็อก9 เป็นการเดิมพันว่าแต้มรวมของไพ่ 2 ใบแรกฝั่งผู้เล่นหรือเจ้ามือ จะมีแต้มเท่ากับ 8 แต้ม อัตราจ่ายอยู่ที่ 1 : 8

ผู้เล่นป๊อก 9เป็นการเดิมพันว่าแต้มรวมของไพ่ 2 ใบแรกฝั่งผู้เล่นหรือเจ้ามือจะมีแต้มเท่ากับ 9 แต้ม อัตราจ่ายคือ 1 : 8

ไพ่เสือมังกร เล่นยังไง อัตราการจ่ายเป็นอย่างไร

เสือ(Tiger)เป็นการเดิมพันว่าฝั่งเสือเป็นฝ่ายชนะ โดยฝั่งเสือจะต้องมีแต้มมากกว่าฝั่งมังกร อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 1

มังกร (Dragon) เป็นการทายว่าฝั่งมังกรจะชนะ โดยฝั่งมังกร หรือฝั่งสีแดงจะต้องมีแต้มมากกว่าฝั่งเสือหรือฝั่งสีน้ำเงิน อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 1 เหมือนกัน

เสมอ (Tie)การแทงรูปแบบนี้ คือการที่ผู้เล่นเลือกเดิมพันว่า แต้มของทั้งสองฝั่งจะมีค่าเท่ากัน ซึ่งโอกาสที่ไพ่ทั้งสองฝั่งจะออกมาเสมอกันนั้นเป็นไปได้ง่ายกว่าเกมไพ่ชนิดอื่นๆ จึงทำให้อัตราจ่ายเงินเดิมพันสูงถึง 1:8 กันเลยทีเดียว ซึ่งจะเท่ากับบาคาร่า การเดิมพันเสือคู่ เป็นการทายว่าฝั่งเสือจะได้ไพ่แต้มคู่

อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 1 แต่ถ้าฝั่งเสือได้แต้มคี่หรือมีอยู่ 7 แต้ม เราก็จะเสียเดิมพันไป การเดิมพันเสือเสือคี่ เป็นการทายว่าฝั่งเสือจะได้ไพ่แต้มคี่ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 1 แต่ถ้าฝั่งเสือได้แต้มคู่หรือออก 7 แต้ม แบบนี้ผู้เล่นจะไม่ได้รางวัล การเดิมพันมังกรคู่ เหมือนกันกับการเดิมพันเสือคู่แต่เปลี่ยน​เป็น​ฝั่งมังกรจะต้องได้แต้มคู่เท่านั้น ถึงจะชนะ

ถ้าหากออกมาเป็นแต้มคี่หรือได้ 7 แต้ม ก็จะถือว่าแพ้ อัตราการจ่ายคือ 1 : 1 การเดิมพันมังกรคี่ คล้ายกับการแทงเสือคี่ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 1 ซึ่งฝั่งมังกรจะต้องได้ไพ่แต้มคี่เท่านั้นถึงจะชนะ ยกเว้นการได้ 7 แต้ม จะถือว่าแพ้ สรุป ไพ่บาคาร่ากับเสือมังกร ข้อแตกต่าง​

1.จำนวนไพ่ที่ชี้ผลแพ้ชนะ ไพ่บาคาร่าใช้ไพ่2-3ใบ ส่วนเสือมังกรใช้เพียงใบเดียว

2.การนับแต้มชี้ผลแพ้ชนะที่ต่างกัน บาคาร่า คือ9 แต้ม แต่เสือมังกรคือ 13 แต้ม

3.บาคาร่ามีการจั่วไพ่ แต่เสือมังกรไม่มีการจั่วไพ่ มาถึงตรงนี้ผู้​เล่นหลายคนคงจะเข้าใจกันมากขึ้นและพอเห็นภาพกันแล้วว่า ไพ่บาคาร่า กับ กับไพ่เสือมังกร มีข้อแตกต่างกันตรงไหนบ้าง

และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันก็คือเรื่องของสูตรเดินเงิน แต่บาคาร่าจะมีสูตรให้เลือกใช้มากกว่า ไพ่เสือมังกร ซึ่งสูตรต่างๆ มีส่วนสำคัญ​ ช่วยทำให้ผู้เล่นทำกำไรได้มากยิ่งขึ้น และสามารถทำเงินจากการเล่น บาคาร่าออนไลน์ได้เร็วขึ้นอีกด้วย

แนะนำ 4สูตรเดินเงินให้กับผู้เล่น บาคาร่าออนไลน์

1.สูตรเดินเงินบาคาร่าการแทงทบเมื่อชนะ คือ การนำเงินเดิมพัน กับ กำไรที่ได้จากตาที่แล้ว มาทบ ไว้เดิมพันสำหรับรอบต่อไป ทบไปได้เรื่อยๆจนผู้เล่นพอใจ เช่น ผู้เล่นแทง 50บาท ชนะได้ 50 บาทตาต่อไป แทง100บาทชนะ100 บาททบตาต่อไป200บาท เพราะถ้าผู้เล่นเสียจะเท่ากับว่าเสียเพียง50บาทเท่านั้น

2.สูตรเดินเงินบาคาร่า การแทงทบเมื่อเสีย จะเหมือนสูตรแทงทบเมื่อชนะ แต่เปลี่ยนจากชนะเป็นแพ้ เช่น ผู้เล่นแทง 100บาท แพ้ ตาต่อไปแทง 200 บาททบ ตาต่อไป300บาท ไปเรื่อยๆ เพราะชนะเพียงครั้งเดียวผู้เล่นก็จะได้กำไรทั้งหมด

3.สูตรเดินเงินบาคาร่า แบบ1-3-2-4 สูตรนี้ แบ่งการเดิมพันเป็น4รอบ รอบแรกผู้เล่น แทง50บาท ชนะหรือแพ้ ให้ทบเดิมพันรอบที่สองเป็น 150 บาท ชนะหรือแพ้ รอบที่สามเดิมพัน100บาท ชนะหรือแพ้ รอบที่สี่เดิมพัน 200บาท ผู้เล่นสามารถทำกำไรได้จากสูตรนี้แน่นอน

4.สูตรเดินเงินบาคาร่าการแทงเสมอกันทุกตา คือ ตามชื่อเดินเงินเลยคือผู้เล่นแทงเสมอทุกตา เพราะถ้าผู้เล่นชนะจะได้เงินถึง 8เท่า แต่โอกาสออกเสมอยากมาก ผู้เล่นจึงต้องอาศัยการดูเค้าไพ่เข้าข่วย

ไม่ว่าจะใช้สูตรไหนแนะนำ ให้ผู้เล่นควรตั้งต้นทุนในการลงทุนสำหรับการเล่นและกำไรต่อวัน ไว้ให้ดี และทำตามอย่างเคร่งครัด​ เพื่อช่วยให้ผู้เล่นรักษาเงินที่ได้มา หรือถ้าเสีย ก็จะไม่เสียมาก เพราะการพนันคือความเสี่ยง มีทั้งแพ้และชนะ ถึงจะมีสูตรช่วยผู้เล่น แต่ก็ไม่ควรทุ่มจนหมดตัว มีสติในการเล่นเสมอ

ติดต่อสอบถาม :: https://liquidufabet.com/